บทที่ 3

posted on 21 Jan 2009 23:46 by kageshiyo
สรุปบทที่3   ฐานข้อมูล และคลังข้อมูล 
      โครงสร้างข้อมูล มีรูปแบบเป็นลำดับชั้นโดยเริ่มหน่วยที่เล็กที่สุดคือ บิต(Bit)ไบต์(Byte)
เขตข้อมูล(Field) ระเบียนข้อมูล(Record)และไฟล์(File)ตามลำดับ 
   บิต (Bit) เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลที่จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยเลข
ฐานสองซึ่งมีสถานะเป็น 0 กับ 1 

     ไบต์ (Byte) ประกอบด้วยบิตหลาย ๆ บิตมาเรียงต่อกัน เช่น นำ 8 บิตมาเรียงต่อกันเป็น 1 ไบต์ ทำให้สามารถสร้าง

รหัสแทนข้อมูลเพื่อใช้แทนอักขระ ซึ่งอาจเป็นตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ได้ทั้งหมด 28 ตัว หรือตัวกับ 256 ตัว

    เขตข้อมูล (Field) เป็นการนำข้อมูลหลายอักขระมารวมกันเป็นคำเพื่อให้เกิดความหมาย เช่น ชื่อพนักงาน

และเงินเดือนพนักงาน  เป็นต้น

    ระเบียนข้อมูล (Record) คือ กลุ่มของเขตข้อมูลที่มีความสัมพันธ์ กัน ถูกนำมาไว้รวมกัน เช่นระเบียนข้อมูลของ

พนักงาน ประกอบด้วยเขตข้อมูล รหัสพนักงาน ชื่อ-นามสกุล เงินเดือน และแผนก เป็นต้น

   ไฟล์ (File) คือ กลุ่มของระเบียนข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันถูกนำมาจัดเก็บไว้ด้วยกัน เช่น ไฟล์ประวัติพนักงาน

ประกอบด้วยระเบียนข้อมูลของพนักงานทั้งหมดในองค์การ เป็นต้น

 

ปัญหาเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูล

         - ความซ้ำซ้อนของข้อมูล (Data Redundancy)

         - ความผูกพันระหว่างข้อมูลและโปรแกรม (Program-Data Dependence)

         - การไม่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ (Lack of Data Sharing)

         - การขาดความคล่องตัว (Lack of Flexibility)

- การขาดระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี (Poor Security)

ประโยชน์ของระบบจัดการฐานข้อมูล

                - ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล (Minimum Redundancy)

                - มีความเป็นอิสระของข้อมูล (Data Independence)

                - สนับสนุนการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Improved Data Sharing)

                - มีความคล่องตัวในการใช้งาน (Improved Flexibility)

                - มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสูง (High Degree of Data Integrity)

 

องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล

         ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ส่วนคือ

         ข้อมูล (Data)  หมายถึง ข้อมูลและความสัมพันธ์ของข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูล

         ฮาร์ตแวร์ (Hardware)  ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้าง (Peripherals)

         ซอฟต์แวร์ (Software)  ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ (Operating Systems) และระบบจัดการข้อมูล

(Database Management System : DBMS) รวมทั้งโปรแกรมยูทิลิตี้ต่าง ๆ

         ผู้ใช้ (Users)  ได้แก่ บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล เช่น ผู้บริหารฐานข้อมูล นักวิเคราะห์ระบบ

ผู้เขียนโปรแกรมประยุกต์ และผู้ใช้งาน เป็นต้น

รูปแบบของฐานข้อมูล (Database Model)

แบบจำลองฐานข้อมูลมีหลายรูปแบบ  ดังนี้

       - แบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้น (Hierarchical Database Model)

มีโครงสร้างคล้ายโครงสร้างของต้นไม้ (Tree Structure) ข้อมูลมีความสัมพันธ์กันในลักษณะ One-to-Many ข้อมูลจะได้รับการจัดเก็บในรูปของ Segment โดย Segment ที่อยู่บนสุดเรียกว่า Root Node ถัดลงมาเรียกว่า Child Node

- แบบจำลองฐานข้อมูลเครือข่าย (Network Database Model)

โครงสร้างของข้อมูลที่นำเสนอเป็นลักษณะ Multi-List Structure โดยมีความสัมพันธ์ของข้อมูลเป็นแบบ

Many-to-Many จะต่างจากแบบจำลองฐานข้อมูลลำดับชั้นตรงที่แต่ละ Segment สามารถมี Parent ได้มากกว่าหนึ่ง

และจะเรียก Parent ว่า Owner ส่วน Child จะเรียกว่า Member

- แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Model)

แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์แสดงโครงสร้างของข้อมูลในรูปแบบของตารางและจะเรียกตารางว่า รีเลชัน

(Relation) โดยแต่ละรีเลชันจะประกอบด้วย แถวหรือทัพเพิล (Tuple) และ คอลัมน์ซึ่งเรียกว่า แอตทริบิวต์

(Attribute) ในแต่ละรีเลชันจะมีแอตทริบิวต์หรือกลุ่มของแอตทริบิวต์ ซึ่งเรียกว่า คีย์ (Key) เป็นตัวบอกถึงความ

แตกต่างของแต่ละทัพเพิล

- ระบบฐานข้อมูลแบบกระจาย(Distributed Database)

บางองค์การอาจมีการกระจายข้อมูลจัดเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ตามพื้นที่ต่างๆ แทนที่จะเก็บข้อมูลไว้ที่

ส่วนกลางเพียงแห่งเดียว  เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน โดยจะเรียกระบบการจัดการฐานข้อมูลแบบกระจายว่า Distributed Database Management System หรือ DDBMS โดย DDBMS จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานบนฐานข้อมูลแบบกระจายเสมือนว่าเป็นฐานจ้อมูลของตนนั่นเอง  ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของ DDBMS ในด้านการมองผ่าน(Transparency) ในระดับใด         

 

                  -ฐานข้อมูลแบบออบเจ็กต์(Object-Oriented Database)

         เทคโนโลยี ฐานข้อมูลแบบออบเจ็กต์ หรือเรียกว่าฐานข้อมูลเชิงวัตถุ เป็นการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ

(Object-Oriented Program : OOP) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสลับซับซ้อน

  มีขนาดใหญ่ และมีความหลากหลายมากกว่าเดิม  เช่น ข้อมูลเสียง รูปภาพ และวิดีทัศน์ เป็นต้น

 

                                คลังข้อมูล (Data Warehouse)

         คลังข้อมูล หรือเรียกว่า ดาต้าแวร์เฮาส์ (Data Warehouse) คือที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและหลากหลายชนิด

เข้าด้วยกัน  โดยข้อมูลในคลังข้อมูลอาจได้มาจากฐานข้อมูลของระบบปฏิบัติการในองค์การ และฐานข้อมูลจากแหล่งภายนอกองค์การ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะได้รับการเลือก การกลั่นกรอง การปรับแก้ไข และทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

ลักษณะของคลังข้อมูล

                                                  สรุปลักษณะเด่นได้ดังนี้

- การแบ่งโครงสร้างตามเนื้อหา (Subject Oriented)

- การรวมเป็นหนึ่งเดียว (Integration)

                - ความสัมพันธ์กับเวลา (Time Variant)

                - ความเสถียรของข้อมูล (Nonvolatile)

 

 ดาต้ามาร์ท (Data Mart)

        การจัดทำดาต้ามาร์ท คือการสร้างคลังข้อมูลขนาดเล็กที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงสำหรับใช้ในองค์การธุรกิจ

 

ธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence : BI)

         ธุรกิจอัจฉริยะ  ในการดำเนินการทางธุรกิจ กระบวนการหลัก ๆ ของธุรกิจอัจฉริยะคือ การสนับสนุนการตัดสินใจ การคิวรีการรายงาน การประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ หรือโอแลป (OLAP) การวิเคราะห์ทางสถิติการพยากรณ์ และการทำดาต้าไมนิ่ง (Data Mining)

  

การประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (OLAP)

       OLAP เป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถใช้ OLAP ในการวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะต่าง ๆ เช่น

         - การหมุนมิติ (Rotation)

         - การเลือกช่วยข้อมูล (Ranging)

         - การเลือกระดับชั้นของข้อมูล (Gierarcy)

 

ดาต้าไมนิ่ง (Data Mining)

          ดาต้าไมนิ่ง  เป็นเครื่องมือและเทคนิคในการสกัด(Extract) ข้อมูล  และประมวลผลข้อมูลในเชิงวิเคราะห์ขั้นสูงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่  โดยสามารถค้นหารูปแบบ  แนวโน้ม  พฤติกรรมและความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ภายในข้อมูลเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่หรือ คำตอบในลักษณะสิ่งต่อไปนี้

          - ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง(Association)

          - ลำดับของข้อมูล (Sequence)

          - การหากฎเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม(Classification)

          - การจัดกลุ่มของความคล้ายคลึง(Cluster)

          - การพยากรณ์(Forecasting)

 

 

 

 

 

 

edit @ 22 Jan 2009 13:44:17 by kageshiyo

 

edit @ 22 Jan 2009 14:20:51 by kageshiyo

edit @ 22 Jan 2009 14:27:23 by kageshiyo

edit @ 22 Jan 2009 14:30:03 by kageshiyo

edit @ 22 Jan 2009 14:32:40 by kageshiyo

Comment

Comment:

Tweet

jXFkHN <a href="http://eoplqjgviksw.com/">eoplqjgviksw</a>, [url=http://acmtaqsiykoq.com/]acmtaqsiykoq[/url], [link=http://zgsfvyexemku.com/]zgsfvyexemku[/link], http://zommdovzmpyn.com/

#1 By mvjskmb (207.114.84.199) on 2010-10-20 00:07