บทที่ 4

posted on 22 Jan 2009 00:43 by kageshiyo

บททที่  4  การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 

เทคโนโลยีคมนาคมและการสือสารนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการปรับปรุงการดำเนินงานทางธุรกิจ

โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการดังนี้

1.       เพื่อสือสารทางธุกิจที่ดีขึ้น

2.       เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

3.       เพื่อกระจายข้อมูลที่ดีขึ้น

4.       เพื่อการจัดการกระบวนการทางธุรกิจที่สะดวกขึ้น

องค์ประกอบของการสื่อสาร

                มีส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้

1.       ผู้ส่งข้อมูล (Sender) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูล ไปยังจุดหมายที่ต้องการ

2.       ผู้รับข้อมูล (Receiver) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่รับข้อมูลที่ถูกส่งมาให้

3.       ข้อมูล (Data) คือ ข้อมูลที่ผู้ส่งข้อมูลต้องการส่งไปยังผู้รับข้อมูล ข้อมูลอาจอยู่ในรูปของข้อความ เสียง  ภาพเคลื่อนไหว

4.       สื่อนำข้อมูล (Medium) คือ สิ่งที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางการขนถ่ายข้อมูลจากผู้ส่งข้อมูล ไปยังผู้รับข้อมูล เช่น สายเคเบิล ใยแก้วนำแสง อากาศ

5.       โปรโตคอล (Protocol) คือ กฎหรือวิธีที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการสื่อสารข้อมูลซึ่งผู้ส่งข้อมูลจะต้องส่งข้อมูล

        ในรูปแบบตามวิธีการสื่อสารที่ตกลงไว้กับผู้รับข้อมูล จึงจะสามารถสื่อสารกันได้

 

การใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร

         การสื่อสารข้อมูลในยุคปัจจุบัน ถือเป็นยุคความเจริญของเทคโนโลยีคมนาคมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสื่อสารในองค์การมีดังนี้

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-mail)

        เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และพีดีเอ ส่งข้อความอิเล็กทรอนิกส์ไปยังบุคคลอื่น

โทรสาร (Facsimile หรือ Fax)

         เป็นการส่งข้อมูล ซึ่งอาจเป็นข้อความที่เขียนขึ้นด้วยมือหรือการพิมพ์ รูปภาพ หรือกราฟต่าง ๆ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

วอยซ์เมล (Voice Mail)

         เป็นการส่งข้อความที่เป็น เสียงพูดให้กลายเป็นข้อความอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายการสื่อสาร ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ในอุปกรณ์บันทึกเสียงที่เรียกว่า วอยซ์เมลบ๊อกซ์ (Voice Mailbox)

การประชุมทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ (Video Conferencing)

         เป็นการสื่อสารข้อมูลโดยการส่งภาพและเสียงจากฝ่ายหนึ่งไปสู่อีกฝ่ายหนึ่ง ในการใช้ Video Conferencing จะต้องมี อุปกรณ์สำหรับบันทึกภาพและเสียง

การระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียม (Global Positioning Systems : GPSs)

         เป็นระบบที่ใช้วิเคราะห์และระบุตำแหน่งของคน สัตว์ หรือสิ่งของที่เป็นเป้าหมายของระบบ เช่น การนำไปใช้ในระบบเดินเรือ

กรุ๊ปแวร์ (Groupware)

         เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของกลุ่มบุคคลให้สามารถทำงานร่วมกัน การใช้ทรัพยากรและสาสนเทศร่วมกันโดยผ่านระบบเครือข่าย

การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fund Transfer : EFT)

         เป็นการชำระค่าสินค้า และบริการโดยการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์จากบัญชีธนาคารที่ให้บริการโอนเงิน อัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย

การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange : EDI)

         เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์การ โดยใช้แบบฟอร์มของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบมาตรฐานสากล  เช่น  การส่งใบสั่งซื้อสินค้า

การระบุลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFID)

         RFID ย่อมาจาก Radio Frequency Identification เป็นระบบระบบลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ปัจจุบันมีการนำ RFID ไปประยุกต์ใช้งานหลากหลายประเภท เช่น ห่วงโซ่อุปทาน ระบบโลจิสติกส์ การตรวจสอบฉลากยา  บัตรทางด่วน บัตรรถไฟฟ้าใต้ดิน  เป็นต้น

ชนิดของสัญญาณข้อมูล

ชนิดของสัญญาณข้อมูล สามารถจำแนกได้ 2 ชนิดคือ

1.       สัญญาณแอนะล็อก  (Analog Signal)

2.       สัญญาณดิจิทัล  (Digital Signal)

โมเด็ม(MOdulator DEModulator หรือ MODEM)

          Modem เป็น อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิทัลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณแอนะล็อก เรียกขั้นตอนนี้ว่า มอดูเลชัน(Modulation) และทำหน้าที่แปลงสัญญาณแอนะล็อกให้เป็นสัญญาณดิจิทัล  ขั้นตอนนี้เรียกว่า ดีมอดูเลชัน(Demodulation)

ทิศทางการส่งข้อมูล  (Transmission Mode)

1.       การส่งข้อมูลแบบทิศทางเดียว  (Simplex Transmission)

2.       การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางสลับกัน  (Half-Duplex Transmission)

3.       การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน (Full-Duplex Transmission)

ตัวกลางการสื่อสาร

แบ่งออกเป็น  2  ประเภทหลัก  มีดังนี้

1.       สื่อนำข้อมูลแบบมีสาย  (Wired Media)  ที่นิยมใช้มี  3  ชนิด  ดังนี้

-          สายคู่บิดเกลียว (Twisted-Pair Cable)

-          สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)

-          สายใยแก้วนำแสง(Optical Fiber Cable)

2.       สื่อนำข้อมูลแบบไร้สาย (Wireless Media)  มีดังนี้

-          แสงอินฟราเรด (Infrared) 

-          สัญญาณวิทยุ (Radio Wave) 

-          ไมโครเวฟภาคพื้นดิน (Terrestrial Microwave)

-          การสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite Communication)

 

หลักเกณฑ์การพิจารณาเลือกสื่อนำข้อมูล

            ควรคำนึงถึงคุณสมบัติของสื่อนำข้อมูลดังต่อไปนี้

1.  ราคา

2.  ความเร็ว

3.  ระยะทาง

4.  สัญญาณรบกวนที่อาจจะเกิดขึ้น

5.  ความปลอดภัยของข้อมูล

มาตรฐานเครือข่ายไร้สาย  (Wireless Networking Protocols)

-   บลูทูธ  (Bluetooth)

-  ไว-ไฟ  (Wi-Fi)

-  ไว-แมกซ์  (Wi-MAX) 

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้

-  จำนวนของเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในเครือข่าย

-  สื่อนำข้อมูล  (Transmission  Medium)

- เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์  (Hardware)

- โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล  (Software)

 

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Topology)

โครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามลักษณะของการการเชื่อมต่อได้ดังต่อไปนี้

1.       โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส ( Bus Topology)    ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สายสัญญาณน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงาน ของระบบโดยรวม แต่การตรวจจุดที่มีปัญหาทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์มากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา

2.       โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (Ring Topology)  ใช้สายเคเบิลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้

3.       โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว  (Star Topology)  ข้อดี คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อ เครื่องคอมพิวตอร์อื่นๆ ในระบบ แต่ข้อเสียคือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การทำงานของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดทำงานตามไปด้วย

4.    โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบแมช  (Mesh Topology)  แต่ละเครื่องสามารถส่งข้อมูลได้อิสระ ไม่ต้องรอการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ทำให้การส่งข้อมูลมีความรวดเร็ว แต่ค่าใช้จ่ายสายเคเบิลก็สูงด้วยเช่นกัน

5.       โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบผสม  (Hybird Topology)  เป็นโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ผสมผสานความสามารถของโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์หลาย ๆ แบบรวมกัน

ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์

จำแนกได้  4  ประเภทดังนี้

  1. เซิร์ฟเวอร์ (Server)  ชนิดของเซิร์ฟเวอร์มีดังนี้

-          ไฟล์เซิฟเวอร์ (File Server)

-          ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ (Database Server)

-          พรินต์เซิร์ฟเวอร์ (Print Server)

-          อินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ (Internet Server)

-          เว็ปเซิร์ฟเวอร์ (Web Server)

-          เมลเซิร์ฟเวอร์ (Mail Server)

-          ระบบโดเมนเนม (Domain Name System Server)

  1. เวิร์กสเตชั่น (Workstation)
  2. ไคลเอนต์ (Client)
  3. เทอร์มินัล (Terminal)

 

รูปแบบการประมวลผลข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computing Architecture)

1.การประมวลผลข้อมูลที่ศูนย์กลาง (Centralized Processing)

2.การประมวลผลข้อมูลแบบไคลเอนต์/เซิร์ฟเวอร์

 

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

-          Personal Area Network (PAN)

-       Local Area Network (LAN)

-          Metropolitan Area Network (MAN)

-          Wide Area Network (WAN)

 

 

 

 

 

 

edit @ 22 Jan 2009 00:46:31 by kageshiyo

edit @ 22 Jan 2009 14:02:29 by kageshiyo

edit @ 22 Jan 2009 14:10:29 by kageshiyo

edit @ 22 Jan 2009 14:14:03 by kageshiyo

edit @ 22 Jan 2009 15:12:36 by kageshiyo

edit @ 23 Jan 2009 09:42:46 by kageshiyo

edit @ 28 Jan 2009 11:06:25 by kageshiyo

edit @ 28 Jan 2009 11:09:48 by kageshiyo

edit @ 28 Jan 2009 11:25:36 by kageshiyo

edit @ 28 Jan 2009 11:33:33 by kageshiyo

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (61.19.66.109) on 2010-06-11 15:07

ค-ย

#1 By (124.120.67.160) on 2009-02-12 14:54